ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Facebook
มีการปรับเปลี่ยนระบบมาหลายครั้ง คุณยังจำคำสั่ง Poke ได้ไหมทุกวันนี้
Facebook กลายเป็นเครื่องมือสำหรับแชร์วิดีโอข่าว และข้อความหลอกลวง
ซึ่งแตกต่างจากที่ Mark Zuckerberg สร้างเอาไว้ในตอนแรก
โดยธรรมชาติเมื่อมีการปล่อยฟีเจอร์ใหม่ๆออกมา
เราควรกังวลถึงระบบความเป็นส่วนตัว
และการรักษาความปลอดภัยผู้ใช้งานเองก็ควรที่จะระมัดระวังในการใส่ข้อมูลส่วน
ตัวลงไปแบบเต็มที่ใน Facebook
แต่เชื่อหรือไม่ใน Facebook
มีบางสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนนั่นก็คือข้อความหลอกลวงต่างๆ
ซึ่งมันอาจจะดูไม่ใช่การก่ออาชญากรรมบนโลกออนไลน์แต่เราได้เห็นข้อความหลอก
ลวงเหล่านี้บ่อยมาก
ซึ่งผู้ไม่หวังดีต้องการที่จะกระจายมันออกไปให้มากเพื่อเป็นช่องทางในการหา
เงินเข้ากระเป๋า
David Harley นักวิจัยอาวุโสของ ESET
กล่าวว่า“ข้อความหลอกลวงเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่มีอันตรายมากมายนักในโลกออ
นไลน์พวกมันมีการพัฒนาจากข้อควงามหลอกลวงที่ส่งผ่านอีเมล์ไปสู้การส่งผ่าน
ข้อความบนโซเชียลเน็ตเวิร์กและการส่งข้อมูลแบบนี้มีผลกระทบค่อนข้างมากเพราะ
ผู้คนส่วนใหญ่ชอบที่จะ Like และ Share
กดโดยไม่สนใจที่จะตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับมาเพียงเพราะแชร์มาจากเพื่อนก็
เชื่อใจแล้ว”
“ยิ่งมีเพื่อนในFacebook มากเราจะเห็นข้อความหลอลวงนี้มากตามไปด้วย
เราคงไม่ต้องกังวลเรื่องโฆษณาแฝงใน
Facebookที่จะทำให้เราปวดหัวเพราะข้อความหลอกลวงที่คุณเจอบ่อยก็ทำให้ปวดหัว
ได้หนักพอกัน”
ESET Social Media Scanner มีคำแนะนำดีๆ
มาให้ที่จะทำให้รู้ได้ว่าข้อความไหนใน Facebook หลอกหรือจริง
กับข้อความหลอกลวงสุดคลาสสิค 5ตัวอย่างที่เราเจอกันบ่อยๆ
และต่อไปเมื่อเห็นคุณจะไม่คลิกอ่านมันอีกเลย
ช่วยด้วยโดนปล้นที่ต่างประเทศ
ข้อความเริ่มต้นด้วยเพื่อนหรือญาติสนิทของคุณทำโทรศัพท์หายจึงต้องติดต่อ
ผ่านทางFacebook
เพื่อขอความช่วยเหลือด้วยเรื่องราวสุดรันทดว่ากระเป๋าตังค์หาย
หรือได้รับบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลเรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นเรื่องคลาสสิ
คที่อยู่มานานมาก
และเป็นผลพวงมาจากการที่เพื่อนหรือญาติของคุณโดนขโมยบัญชีผู้ใช้ Facebook
ซึ่ง David Harley บอกว่ารายะเอียดของข้อความชิ้นนี้
รู้จักกันชื่อว่าLondon โดยเวอร์ชั่นแรกถูกใช้กับคนอเมริกันโดยที่ David
Harleyได้เอาข้อความมาแสดงให้ดูในลักษณะเรื่องราวว่า
“ฉันหวังว่าคุณจะได้รับข้อความนี้ฉันต้องเดินทางไปมะนิลา
(ประเทศฟิลิปปินส์) แต่กระเป๋าเงินโดนขโมย เอกสารสำคัญ
พาสปอร์ตหายไปหมดฉันติดต่อทางสถานทูตไปแล้วเรื่องพาสปอร์ต
แต่จำเป็นจะต้องจ่ายค่าโรงแรมและค่าตั๋ว”
“ฉันได้ติดต่อกับธนาคารธนาคารบอกว่าต้องใช้เวลา 3-5 วันจึงจะเบิกเงินได้
ข่าวร้ายก็คือ
เครื่องบินจะบินในอีกไม่ช้านี้และฉันมีปัญหาเรื่องค่าโรงแรมถ้าไม่จ่ายผู้
จัดการโรงแรมก็ไม่ให้ไปไหน
ฉันต้องการความช่วยเหลือขอยืมเงินสักหน่อยและสัญญาจะใช้คืนให้เมื่อสามารถ
เบิกเงินในบัญชีได้ทันทีที่กลับถึงบ้าน
คุณคือความหวังสุดท้ายโปรดบอกฉันทันทีที่คุณให้ยืมเงิน
และฉันต้องการเช็คอีเมล์ของคุณ เพราะนี่เป็นทางเดียวที่จะติดต่อกันได้”
ในปัจจุบันข้อความจะมีการดัดแปลงไปตามยุคสมัย
เมื่อเห็นข้อความแบบนี้
คนทั่วไปจะกังวลแต่นั่นไม่ใช่ข้อความจากเพื่อนของคุณ แต่อาจเป็นใครบางคนที่
ขโมยบัญชีผู้ใช้ของเพื่อนคุณไปแล้ว คิดให้ดีก่อนที่จะเชื่อถ้ามีปัญหาจริงๆ
ทางสถานทูตจะช่วยเพื่อนของคุณอยู่แล้วและทางที่ดีติดต่อกับเจ้าตัวเลยจะดี
ที่สุด ถ้าหากมีปัญหาจริงๆ คุณสามารถติดต่อเพื่อนผ่านทางสถานทูตได้
ใครกำลังดู Facebook ของคุณอยู่บ้าง
Facebook
ไม่เคยมีฟีเจอร์ที่จะแสดงว่าใครกำลังเข้ามาดูโปรไฟล์ของคุณไม่ว่าจะเป็นราย
ชื่อหรือจำนวนตัวเลขที่เข้ามาดู คุณควรระวังข้อความหลอกลวงนี้ซึ่งเป็นการ
แสดงว่า Facebook มีฟีเจอร์ใหม่ และหลอกให้คุณกดลิงค์เข้าไปดู
โดยลิงค์ที่คุณกดเข้าไปดูนั้นหากสังเกตดีๆ
จะเห็นว่าเป็นลิงค์ที่ส่งข้อมูลออกไปข้างนอกระบบ Facebook
แล้วจึงค่อยแชร์กลับมา หาก Facebook มีฟีเจอร์นี้จริง
ลิงค์จะวนอยู่ในระบบของ Facebook
ถ้าคุณเห็นลิงค์ที่จะส่งข้อมูลออกไปข้างนอกหรือจะต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่น
เสริมให้ปิดหน้าต่างนั้นซะ ข้อความหลอกลวงพวกนี้จะทำการติดตั้งมัลแวร์ลงไป
เพื่อเก็บข้อมูลหรือขโมยข้อมูลบน Facebook หรือข้อมูลในเครื่องของคุณ
ถ้าได้1 ล้าน Likeจะ…
ถ้าคลิกครบ1 ล้าน Likeแฟนจะแต่งงานด้วยเรื่องแบบนี้จะมีจริงไหม
หรือถ้ากด Like แล้วคนป่วยจะได้รับเงิน Like ละหนึ่งงบาท (ใครเป็นคนจ่าย)
สำหรับคนใจดีอยากช่วยเหลือคนอื่นก็กระหน่ำกดไลค์และแชร์กันต่อไปเรื่อยๆการ
คลิก Like
เหล่านี้จะเป็นการช่วยให้คนที่สร้างข้อความขึ้นมาได้ประโยชน์จากการกดLike
ที่จะเอาไปรับเงินจากผู้ว่าจ้างเช่นถ้าโพสต์นี้ได้ 2,000 Like จะได้ 1,000
บาท
เพราะ Like คือ การมองเห็นจริงจากผู้ใช้ Facebook
และมีการแชร์ข้อมูลออกไปดังนั้นก่อนจะคลิก Like
คิดสักนิดว่าใครจะได้อะไรเช่น คลิกครบ 1 ล้าน
คนโพสต์จะแต่งงานกับแฟนไหมหรือคลิก Like ช่วยคนป่วยคนตกยาก Like ละ 1
บาทใครเป็นคนจ่าย
คำเตือนจาก Facebook
ข้อความเตือนจาก Facebook ว่าบัญชีผู้ใช้ของคุณกำลังจะถูกปิดภายใน 24
ชั่วโมงมีปัญหา
หรือแม้แต่จะต้องจ่ายเงินเพื่อไม่ใช้บัญชีผู้ใช้ของคุณโดนระงับ
หากไม่อยากให้บัญชีผู้ใช้ถูกระงับต้องใส่ชื่อ Username และ Password
เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของข้อความเหล่านี้หลอกลวงทั้งนั้น เพราะ Facebook
ไม่เคยมีนโยบาย ที่จะถามรหัสผ่านจากผู้ใช้
และถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าลิงค์ที่ต้องกดไปเพื่อกรอกข้อมูลนั้นจะเป็นลิงค์
ที่ส่งข้อมูลออกไปข้างนอกและผลที่ได้รับก็คือคุณจะโดนขโมยข้อมูลบัญชีผู้ใช้
ของ Facebook และหากอยากได้บัญชีผู้ใช้คืน คุณก็จะต้องจ่ายเงิน
ข่าวคนดังเสียชีวิต
เรื่องราวที่เอาจากข่าวดังหรือเรื่องจริง
โดยมีการแต่งเสริมเติมแต่งข้อมูลลงไป
เช่นวิดีโอแสดงให้เห็นการใช้โทรศัพท์ครั้งสุดท้ายของ Robin Williams
ก่อนจะฆ่าตัวตาย
ซึ่งข้อความเหล่านี้เป็นการหากินกับคนตายที่ไม่สามารถตอบโต้หรือพิสูจน์อะไร
ได้หรือการใช้ข้อมูลปลอมโดยมุ่งเป้าไปที่รูปเหยื่อของสายการบินมาเลเซียแอร์
ไลน์ MH17 ที่ถูกยิงตก
Alistair MacGibbon จากมหาวิทยาลัย Canberra กล่าวว่าคนร้ายได้ประโยชน์จากการที่เหยื่อคลิกเข้าไปดูแล้วลิงค์ไปยังในเว็บไซต์เป้าหมาย
ช่องทางหาตั๋วราคาถูก
คนร้ายจะติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบโลก
และหวังในเหยื่อหลงเขื่อคลิกเข้าไปยังลิงค์ที่ทำหลอกไว้เช่น
บัตรดูฟุตบอลโลก
บัตรดูคอนเสิร์ตระดับโลกคนร้ายหวังในคนที่ต้องการตั๋วเข้าใจผิด เช่น
ให้คลิกลิงค์และแชร์ต่อไปเรื่อยๆเพื่อหาผู้โชคดีที่จะได้ตั๋วดูคอนเสิร์ต
ระดับโลกคนที่คลิกเข้าไปก็จะเข้าไปยังเว็บไซต์ที่มีการจ้างเพื่อปั่นยอดเข้า
ชมเว็บและจะมีการแชร์ต่อไปในโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกด้วย
จากนั้นเหยื่อรายอื่นๆ
ก็จะหลงกลเข้ามาคลิกและแชร์ต่อไปอีกเรื่อยๆทางที่ดีควรเข้าไปที่เว็บไซต์
อย่างเป็นทางการของเหตุการณ์นั้นๆแม้จะไม่ได้ตั๋วราคาถูก
แต่คุณจะได้ตั๋วของแท้แน่นอน
Welivesecurity
blog.eset.co.th